กิจกรรมสอน..อะไร ?

posted on 19 Jan 2011 23:04 by newzpaper
 
การที่มีที่เรียนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะว่างและชิวเสมอไป
 
เพราะดูเหมือนงานจะเพิ่มมากขึ้น (หรืออาจเป็นเพราะ่ช่วงเวลา และโอกาส) Innocent
 
 
 
ช่วงเดือนที่แล้ว (ธันวา'53) ก็มีงานกรีฑาเก้าสวน ที่สนามธรรมศาสตร์รังสิต
 
แต่เราก็ไม่ได้ช่วยงานนี้เท่าไหร่ เพราะงานนี้เป็นงานของรุ่น ซึ่งรุ่นเราก็ผ่านไปแล้ว
 
ควรวางมือให้น้องทำบ้าง.. แต่จริงๆเราก็อยากพักเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ
 
 
ส่วนเดือนนี้ ลงมาทำงานเต็มตัว (อีกแล้ว) เพราะเป็นงานครบรอบ 20 ปีโรงเรียน
 
เล่นเอาไม่ต้องขึ้นเรียนเป็นอาทิตย์ๆเลย จนเริ่มสงสัยว่าจะหมดสภาพจากการเป็นนักเรียน
 
... เมื่อไหร่ !!   เปิดหนังสือนี่งงหมดเลยค่ะ เค้าเรียนอะไรกัน และทำอะไรกันบ้าง!
 
แล็ปก็ไม่ได้ทำ การทดลองก็ไม่ได้ทำ อะไรอะไรก็ไม่ทำ ทำแต่กิจกรรมอย่างเดียว Tongue out
 
 
 
 
 
จริงๆแล้วการทำกิจกรรมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย ออกจะสนุก (เพราะไม่ต้องเรียน ฮ่าๆ)
 
ถ้าตัดเรื่องเรียนออกไป กิจกรรมทำให้คนเป็นคน ทำให้เราอยู่ในสังคมได้
 
และทำให้เรารู้ว่าใครเป็นยังไง เหมือนเป็นการเรียนรู้กัน เรียนรู้เพื่อนจากกิจกรรมได้เลย
 
 
เคยได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งที่ว่า  "เกรดทำให้คนมีงานทำ แต่กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น"
 
ซึ่งมันก็ถูกต้อง และเราก็คิดว่าคนเรามีทั้งสองอย่างจะดีที่สุด เรียนก็ไปได้ กิจกรรมก็ต้องทำ
 
ไม่ใช่เอาแต่เรียน และไม่ใช่เอาแต่กิจกรรม :)
 
 
 
เมื่อพูดถึงเรื่องการทำกิจกรรม ในสามปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นเด็กกิจกรรมได้เลยนะเนี่ย
 
อาจเป็นเพราะเพื่อนเป็นหัวหลัก เอ๊ะ! เสาหลัก หรือเค้าต้องเรียกว่าอะไร
 
คือจะมีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง จะรักโรงเรียนมาก และทำกิจกรรม ทำทุกอย่างให้โรงเรียน
 
เรื่องเงินนี่เสียให้กับโรงเรียนฟรีๆ หลายบาทแล้ว นอนโรงเรียนราวกับว่าเป็นบ้านหลังที่สอง
 
ทุกอย่างทำเพื่อโรงเรียนจริงๆ
 
 
 
และเพราะเพื่อนคนนี้แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องช่วยมันนะ
 
เอาจริงๆบางครั้งก็ไม่ได้อยากทำงานช่วยโรงเรียนขนาดนั้น
 
แต่เพราะเราทนเห็นเพื่อนทำงานให้โรงเรียน ทุ่มเทให้โรงเรียนคนเดียวไม่ไหว
 
 
 
 
และนั่นแหละ  " กิจกรรมทำให้เราได้ เพื่อน และรู้ว่า เพื่อน นิสัยเป็นยังไง "
 
 
นั่นคือข้อแรกที่เราได้จากการทำกิจกรรม
 
การทำงานหนักร่วมกัน การที่มีอุปสรรคเข้ามา การที่มีสิ่งโน้นสิ่งนี้เข้ามา
 
มันทำให้เรารู้ว่า ใครจะแก้ปัญหายังไง จะมีความคิดยังไง และจะทำยังไง
 
ผู้นำจะทำยังไง จะเป็นแค่คนใส่หัวโขน หรือจะเป็นตัวเอกที่แท้้จริง
 
มันบอกเราทุกอย่าง บอกทุกอย่างจริงๆ
 
ยิ่งในยามที่ปัญหาเข้ามาเยอะๆนั่นแหละ เราจะรู้หมด
 
 
 
" กิจกรรมทำให้เรา เรียนรู้ในการใ้ช้ชีวิตจริง "
 
ในการทำกิจกรรมมันต้องพบเจอทั้งปัญหาให้ต้องแก้ไข
 
เชื่อเถอะว่าในหนังสือเรียนวิชาหลักห้าวิชา ไม่มีบอกคุณหรอก
 
มีแต่กิจกรรมและการทำงานเท่านั้นแหละ ที่จะสอนคุณได้
 
 
 
" กิจกรรมบอกคุณได้ว่า ใครเป็นผู้นำที่แท้จริง"
 
ส่วนใหญ่งานเราจะมีผู้นำที่ถูกแต่งตั้งขึ้น แต่ในเวลาทำงานจริงแล้ว
 
เชื่อมั้ยว่า บางครั้งผู้นำ ก็แค่ 'หัวโขน' ดีๆนี่เอง ...
 
แต่แปลกที่คนธรรมดาไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นผู้นำได้ดีกว่าคนที่ได้รับตำแหน่งซะอีกนะ
 
 
" กิจกรรมสอนให้คุณเสียสละ"
 
แค่คุณก้าวเท้าเข้ามาร่วมกิจกรรมแล้ว คุณก็เรียกว่าเป็นผู้เสียสละ
 
เสียสละเพื่อโรงเรียน เสียสละเพื่อน้องๆ เสียสละเพื่อเพื่อน
 
 
 
 
" กิจกรรมทำให้เรา เรียนรู้ในการใ้ช้ชีวิตจริง "
 
ในการทำกิจกรรมมันต้องพบเจอทั้งปัญหาให้ต้องแก้ไข
 
เชื่อเถอะว่าในหนังสือเรียนวิชาหลักห้าวิชา ไม่มีบอกคุณหรอก
 
มีแต่กิจกรรมและการทำงานเท่านั้นแหละ ที่จะสอนคุณได้
 
 
 
 
ท้ายที่สุดแล้ว กิจกรรมทำให้คุณมีความสุข
 
..อาจจะไม่เสมอไป แต่เชื่อเถอะว่า การทำกิจกรรมคือความสุขอย่างหนึ่ง
 
 
 
 
แล้วในชีวิตคุณล่ะ .. กิจกรรมสอนอะไรกับคุณบ้าง ?
 

edit @ 23 Jan 2011 20:57:31 by Newz paper

สอบสัมภาษณ์

posted on 18 Jan 2011 09:23 by newzpaper
 
การสอบสัมภาษณ์เป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับใครหลายคน
 
รวมทั้งตัวเราเองด้วย.. เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจอคำถามแบบไหน
 
เราไม่รู้ว่าจะเจอคำถามที่ตัวเองตอบไม่ได้หรือเปล่า สารพัดที่จะกลัว
 
 
แล้ววันนั้นเพื่อนที่เราฝากปริ้นดันมาสายค่ะ ตอนนั้นกลุ้มมาก(อีกแล้ว)
 
กลัวเพื่อนมาไม่ทัน เพราะเราได้บัตรคิวไปแล้ว กลัวเค้าเรียกก่อนเพื่อนมา
 
ตอนนั้นคิดว่าถ้าเพื่อนมาไม่ทัน พอร์ตก็ไม่ต้อง ลุย! แบบไม่มีพอร์ตนี่แหละ
 
แต่เพื่อนก็มาได้ทันเวลาค่ะ ..เกือบไปแล้วเชียวว
 
 
ตอนเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ คือของคณะวิทย์ ลาดกระบัง
 
เค้าจะวางโต๊ะยาว แล้ว อ.ที่สัมภาษณ์นั่งฝั่งนึงค่ะ
 
แล้วให้เราเข้าไปนั่งอีกฝั่ง โต๊ะนึงมี อ.ประมาณ ห้าคนได้ (ถ้าจำไม่ผิด)
 
แต่ละสาขาจะมีเพียงแค่โต๊ะเดียวค่ะ แต่มีหลายสาขาโต๊ะก็เลยเยอะไปหมด
 
เมื่อเข้าไปในห้องแล้วเขาจะมีเก้าี้อี้ให้เรานั่งรอเพื่อเข้าไปสัมภาษณ์อีกทีค่ะ
 
ตอนนั้นแหละตื่นเต้นมากๆ มือไม้เย็นไปหมด ฮ่าา า
 
และภาวนาอยู่่ในใจ ขอให้เจอ อ.ที่สัมภาษณ์ ใจดีๆ และรับเราเข้า
 
 
ความจริงเราก็แอบเล็งไว้ค่ะ ว่าอยากให้ อ.คนนั้นคนนี้สัมภาษณ์
 
เพราะดูลาดเลาจากคนก่อนๆ ดูเค้าจะแช่มชื่นร่าเริง ไม่เหมือนบางคนค่ะ
 
ท่าทางอึกอัก ยังไงก็ไม่รู้ (สงสัย อ.จะถามยากจนตอบไม่ถูก)
 
แต่สิ่งที่คิดไว้ก็ไม่เป็นจริง ไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์กับ อ.ท่านนั้นค่ะ
 
แต่ถือว่าโชคดีอีก ที่ อ. สัมภาษณ์เป็นผู้หญิง (ไม่รู้โชคดีหรือเปล่า)
 
 
ตอนไหว้ท่านก่อนนั่ง เราก็ทำบัตรประชาชนตก
 
อาจารย์เค้าก็บอกว่า ของตกค่ะ เราก็ก้มเก็บ
 
เสร็จแล้วเค้าก็เชิญให้เรานั่ง
 
 
เนื่องจากก่อนสัมภาษณ์เค้าจะมีใบให้เรากรอก เหมือนกรอกประวัติส่วนตัวค่ะ
 
ก็มีชื่อ มีรายละเอียดทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นประวัติเราทั้งนั้น อันนี้ไม่ต้องซีเรียสเลย
 
แต่จำไว้ว่า ที่เรากรอกไปทั้งหมด อาจารย์ที่สัมภาษณ์เค้าเน้นอ่านตรงนี้มากกว่าในพอร์ตอีก
 
ไม่รู้ว่าเป็นทุกท่านหรือเปล่า แต่อาจารย์ที่เราสัมภาษณ์ตอนแรกเค้าไม่ิแตะพอร์ตเราเลยค่ะ
 
 
คำถามที่อาจารย์ถามก็ไม่มีอะไรค่ะ
 
- ตอนแรกก็ให้แนะนำตัวก่อนค่ะ / อันนี้ก็พูดไปตามปกติ ชื่ออะไร เรียนที่ไหน เรียนสายอะไร
 
- บ้านใกล้นี่ แบบนี้เดินทางมาสะดวก (คือเราอยู่จังหวัดเดียวกับมหาลัยค่ะ ถือว่าใกล้เนาะ อ.เลยพูด)
 
- รู้หรือเปล่า ว่าคณะนี้เรียนอะไร
 
- ชอบวิชาไหน.. คณะนี้เรียนเลขเยอะนะ
 
- ได้ไปสอบที่อื่นมาบ้างหรือเปล่า / อันนี้ตอนแรกเราไม่เคลียร์ค่ะ ว่าหมายถึงสอบวิทย์ที่อื่น
   หรือสอบคณะอื่นของมหาลัย เราก็เลยถาม... อ.ก็บอกว่า หมายถึงที่ลาดกระบัง
 
- (เนื่องจากในพอร์ต มีเราทำกิจกรรมเยอะ) อ.ก็เลยพูดประมาณว่า
   มาเรียนคณะนี้แล้ว หนูจะไม่มีเวลามาทำพวกนี้แล้วนะ เพราะงานมันจะเยอะมาก
 
- แล้วก็ถามว่าเคยเรียนอะไรมาบ้าง (เกี่ยวกับคอม : คือเราสาขาวิทยาการคอมค่ะ)
   แล้วคอมที่เราเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับนิเทศมากกว่าค่ะ อ.ก็เลยพูดว่า
   แบบนั้นมันน่าจะไปทางนิเทศนะ ไม่ชอบเรียนนิเทศหรอ...
 
    อาจารย์เค้าพยายามยัดเยียดสิ่งอื่น คณะอื่น ให้เราเสมอค่ะ 555+ แต่เรายืนหยัด!
    ที่จะเรียนคณะนี้ สาขานี้ :))
 
- แล้วก็เหมือนชวนคุยค่ะ  ข้อสอบยากไหม วิชาไหนยาก
 
- เพื่อนมาสอบด้วยหรือเปล่า แล้วติดมั้ย ติดสาขาอะไร
 
- มีเพื่อนมาสอบสาขานี้เยอะมั้ย มีติดกันกี่คน
 
ถามเยอะค่ะ แต่ส่วนใหญ่ถามแบบชวนคุยมากกว่า
 
อ่อ แล้วเขาก็ถามด้วยค่ะว่า ตอนสมัคร สมัครสาขาไหนบ้าง
 
เราก็บอกไปค่ะ อาจารย์เลยถามว่า แล้วถ้าไม่ติดสาขาานี้ค่ะ
 
เราก็บอกค่ะ ว่าจะไม่มาสัมภาษณ์ เพราะว่าอยากเรียนสาขานี้สาขาเดียว
 
สาขาอื่นคือลงไว้เฉยๆค่ะ ให้มันครบสามอันดับ อาจารย์ก็พยักหน้าค่ะ
 
 
ก่อนกลับเค้าก็บอกว่า "ขอให้โชคดีนะคะ"
 
คำๆนี้นี่เป็นดาบสองคมค่ะ ทำให้คิดได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ
 
กลับบ้านก็แอบเครียดนิดหน่อยค่ะ กลัวไม่ผ่านสัมภาษณ์
 
เพราะ อ. ถามไม่มากเ่ท่าไหร่ ส่วนใหญ่ชวนคุย - -;;
 
แต่ก็แอบมีความหวังเล็กๆเหมือนกันว่าจะติด
 
 
พอมาถึงวันประกาศผล ตอนนั้นจำได้ว่าเรียนอยู่ห้องเคมี
 
ไม่ได้ดูผลด้วยตัวเองก่อนอีกแล้วค่ะ เพราะมีเพื่อนที่ติด
 
(แต่เป็นคนละสาขา) เค้าไปดูผลที่ห้องสมุด เราก็ลืมนึกว่า
 
เค้าจะไปดูผลกัน ไม่งั้นก็จะตามไปด้วย ฮ่าฮ่า
 
แต่สักพักเค้าก็กลับมาค่ะ แล้วก็บอกว่าเราอ่ะติด
 
คือเพื่อนที่โต๊ะเรา กรี๊ดดๆๆๆ ดีใจกว่าเราอีกค่ะ 5555+
 
 
จริงๆแล้วก็ติดทุกคนที่ไปสัมภาษณ์นะเราว่า
 
เพราะจำนวนมันขาดไปแค่สามสี่คนเอง
 
แสดงว่าเค้าน่าจะรับหมดทุกคน (ถ้าน้องๆติดสอบตรงลาดกระบังแล้ว
 
หมายถึงคณะวิทย์ ก็ไม่ต้องกลัวว่าสัมภาษณ์จะไม่ติด แต่ไม่ใช่ว่า
 
ตอนสัมภาษณ์ไปกวน.. อาจารย์นะคะ )
 
 
ขอให้เพื่อนๆที่กำลังจะสอบ ..ที่กำลังรอผลสอบ
 
และที่กำลังอ่านหนังสือ เพื่อสอบ
 
ได้รับฟังข่าวดีๆ แบบเรานะคะ
 
แล้วก็อย่าเพิ่งท้อ ถ้าไปสอบแ้ล้วไม่มีชื่อเรา
 
เชื่อเถอะว่า ถ้าเราจะได้เรียนคณะนี้ มหาลัยนี้
 
ยังก็ต้องติดดดดด !! สู้ๆ
 
 
 
ปล. เราไม่ได้ไปบนที่ไหนเลยค่ะ มีแต่อธิษฐานในใจ
ตอนนั่งรถกลับบ้าน (หลังสอบเสร็จ) อธิษฐานในใจว่า
ถ้าเราจะได้เรียนที่นี่ ก็ขอให้กลับมาที่นี่ในฐานะนักศึกษาค่ะ
 
ก็เลยไม่ต้องวิ่งแก้บนเหมือนเพื่อนๆ ฮี่ๆ :D
 
 
 
สอบตรงติด..!
 
แต่ก็ไม่ใ่ช่คณะที่อยากเรียนมากที่สุด
 
จริงๆแ้ล้วที่อยากเรียนมันก็คาบเกี่ยวกัน
 
จบมาสายงานก็คาบเกี่ยวกันอีกนั่นแหละ
 
ตอนไปสอบก็คือติดที่ไหนก็เรียนได้หมด
 
คณะไหนที่ลงสอบก็เรียนได้หมด
 
เพราะลงสอบเฉพาะคณะที่อยากเรียนเท่านั้น
 
 
และในที่สุดก็ติดสักที่ .. ดีใจมาก ดีใจมากๆ
 
ตอนรู้ว่าตัวเองติด มือสั่น ตื่นเต้น ดีใจ
 
ช่วงที่รู้ว่าผ่านข้อเขียน กำลังวุ่นวายกับการแข่งทำหนังสือพิมพ์เสมือนอยู่
 
เราก็ลืมสนิทเลยว่าวันนี้ประกาศผลข้อเขียนนะ
 
บ่ายๆเพื่อนโทรมาหา แล้วบอกว่าดูผลลาดกระบังหรือยัง
 
เราก็บอกว่ายัง เพื่อนก็บอกว่า ดูดิๆ คือจริงๆก็พอจะเดาออกแล้ว
 
ว่าติด เพราะถ้าไม่ติดเพื่อนมันคงไม่โทรมาลัลล้าขนาดนั้น
 
แต่ก็ขอดูเพื่อความแน่ใจก่อน
 
ตอนนั้นมีเพื่อน และน้องๆ ที่อยู่ทีมเดียวกัน มามุงดูที่หน้าโน๊ตบุ๊ค
 
พอเห็นชื่อเท่านั้นแหละ กรีดร้องด้วยความดีใจ (อยู่ในใจ 555)
 
แล้วเบิกบานทั้งวัน งานจัดมาตลอด ก็ไม่เหนื่อย ข้าวไม่ได้กินก็ไม่หิว
 
ขนาดนั้นเลยจริงๆค่ะ :))
 
 
และหลังจากนั้นอีกสองวันก็ถึงวันสัมภาษณ์ ลาดกระบังเค้าเร็วตลอดค่ะ
 
ก็ดีนะ ไม่ต้องรอนานดี แต่คือพอร์ตเราธรรมดามาก พิมพ์ใส่เวิร์ดแล้วปริ้น
 
ตอนกลางคืนวันก่อนไปสัมภาษณ์เครื่องปริ้นดันมีปัญหา
 
เพื่อนๆอย่าทำแบบเรานะ ควรทำไว้ล่วงหน้าบ้าง เช็คเครื่องปริ้นให้ดี
 
แล้วอย่าทำดึกๆดื่นๆ เผื่อมีปัญหาจะได้แก้ทัน
 
ของเรานี่มันจวนตัวจริงๆ เพราะมีเวลาทำน้อย และช่วงนั้นก็ยุ่งวุ่นวาย
 
กับเรื่องที่โรงเรียนอีก กลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้มีเวลาทำมากเท่าไหร่
 
กว่าจะเสร็จก็ปาไปดึก พอจะปริ้นมาเท่านั้นแหละ.. เหมือนทุกอย่างตรงดิ่งลงมาตรงกลางหัว
 
เพราะสีน้ำเงินไม่ออก ปริ้นรูปสีมาเป็นสีแดงหมดเลย ตอนนั้นเครียดมาก
 
ยอมรับว่าเครียดมากจริงๆ จนจะร้องไห้
 
แต่ก็โชคดีที่คิดได้ว่า มีเพื่อนติดคณะเดียวกันต้องไปสัมภาษณ์ด้วย
 
ก็เลยฝากเพื่อนปริ้น ..โชคดีไป :)
 
 
(ต่อเรื่องการสัมภาษณ์วันหลังนะจ้ะ)